เผยภาพชาวอังกฤษหนีลงใต้ดินนับแสน หลังเยอรมีปูพรมทิ้งระเบิดทั้งเมืองใน WW2

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 กันยายน 1940 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางกองทัพอากาศเยอรมัน (Luffwaffe) ตัดสินใจเข้าโจมตีกลุ่มมประเทศพันธมิตรในสหราชอาณาจักร ด้วยการทิ้งระเบิดเกือบทุกเมืองทั้งเมืองใหญ่เมืองเล็กอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานานถึง 8 เดือน โดยทางเยอรมนีหวังว่าจะให้สหราชอาณาจักรหมดศักยภาพในการต่อต้านการรุกรานของกองทัพนาซี แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น

เดอะ บลิตซ์ (The Blitz) คือชื่อเรียกของยุทธการครั้งนี้ ซึ่งย่อมาจาก blitzkrieg หรือ “การโจมตีสายฟ้าแลบ” แต่ยุทธการเดอะบลิตซ์กลับไม่ตรงความหมายคือรวดเร็วอย่างฟ้าแลบ แต่ได้กลายเป็นแบบอย่างของ “การทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์” (Strategic Bombing) ที่ทุกฝ่ายนำไปใช้ในเวลาต่อมา

ก่อนเกิดสงครามมีความเชื่อกันว่าการทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงจะทำให้คนอังกฤษเสียขวัญถึงจุดที่ทำให้รัฐบาลล้ม ฮิตเลอร์ถึงกับทำนายว่าชนชั้นกรรมกรจะเกลียดชังคนรวยและชนชั้นสูงและจะทำการปฏิวัติโดยการโหมการทิ้งระเบิดอย่างหนักของเยอรมัน

ฝ่ายเยอรมันสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล บริเวณถูกระเบิดที่มีแต่กองซากปรักหักพังขนาดใหญ่ ล้วนเป็นที่ที่เคยมีอาคารตั้งอยู่ ส่วนผู้คนต่างพากันหลบหนีลงใต้ดิน โดยเฉพาะสถานีรถไฟใต้ดินต่างๆ ที่รัฐบาลเตรียมไว้ให้ถึง 80 แห่ง ได้กลายเป็นสถานที่หลบภัยที่มีผู้คนมากมายมายนับแสนคนมาอาศัยอยู่ร่วมกัน

จำนวนของผู้คนที่อาศัยอยู่ใต้ดินในตอนกลางคืนเฉลี่ยแล้วมากถึง 150,000 คนต่อคืน และสูงสุดที่เคยบันทึกไว้คือ 177,000 คน ในคืนวันที่ 27 กันยายน 1940

ภาพผู้คนที่หลบภัยใต้ดินจริงๆ แล้วเป็นภาพขวาดำที่ถูกนำมาแต่งเติมสีเข้าไปโดยศิลปินนามว่า ล็อตตี

ถึงแม้หลายคนจะเชื่อว่าการหลบหนีมายังใต้ดินจะปลอดภัย แต่ก็มีผู้คนมากมายที่ต้องมาจบชีวิตจากการเหยียบกันเอง ตัวอย่างเช่น ในเดือนมีนาคม 1943 มีผู้คนเสียชีวิตมากถึง 143 คนในสถานีเบธนัลกรีน เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งตกใจและลื่นตกบันไดตรงบริเวณทางเข้าสถานี

ยุทธการ เดอะ บริตซ์ แลกมาด้วยชีวิตของชาวสหราชอาณาจักรถึง 43,000 คน บาดเจ็บมากกว่า 139,000 คน ท่ามกลางบ้านที่ถูกทำลายนับล้านหลัง ส่วนฝ่ายเยอรมันสูญเสียน้อยมาก ได้แก่ เครื่องบินทิ้งระเบิดจำนวน 600 ลำ เทียบได้เท่ากับร้อยละ 1.5 ต่อเที่ยวบินที่เข้ามาทิ้งระเบิดทั้งหมด และเกือบทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุจากการลงจอดที่ฐานขาบินกลับ

หลายคนอาจคิดว่า นี่คือชัยชนะของกองทัพเยอรมนี แต่จริงๆ แล้วผลลัพธ์ของยุทธการครั้งนี้ถือว่าล้มเหลวทางยุทธศาสตร์ เพราะทางสหราชอาณาจักรยังไม่หมดขีดความสามารถที่จะต่อกรกับเยอรมนี

เพราะเดอะบลิตซ์ทำให้อังกฤษหันมาปรับปรุงระบบป้องกันภัยทางอากาศเป็นการใหญ่ ซึ่งเป็นการช่วยให้อังกฤษรับมือกับการโจมตีทางอากาศของเยอรมันในรูปแบบต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

และในเวลาต่อมา ทางสหราชอาณาจักรรวมกับฝ่ายพันธมิตรได้ย้อนกลับไปทิ้งระเบิดในเยอรมนีที่รุนแรงกว่าเดอะบลิตซ์หลายเท่าตัว อาจกล่าวได้ว่าเดอะบลิตซ์ได้หวนกลับมาทำลายเมืองเบอร์ลิน แฮมเบิร์กและเมืองอื่นๆ ของเยอรมันราบเป็นหน้ากลอง

และนี่ก็คือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ได้สะท้อนให้เราเห็นว่า สงครามมีแต่ทำให้เกิดความสูญเสีย และไม่ได้ช่วยให้ชีวิตใครดีขึ้นเลยจริงๆ

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

ที่มา : Instagram | Wikipedia | เรียบเรียงโดย เพชรมายา